12

สวัสดีค่า พบกับแพรอีกแล้ว this is pimmy prae นะคะ 555555

ช่วงนี้ฝนตกบ๊อย บ่อย ตกเสร็จแดดออก ร้อนอีก หน้าจะมัน จะเยิ้ม จะชื้นเอาซะปรับตัวไม่ถูกเลยทีเดียว T____T เพราะฉะนั้นการจะหารองพื้นหรือบีบีครีมอะไรสักตัวที่มันจะช่วยได้ทั้งควบคุมความมัน พรางรูขุมขน แล้วต้องบางเบาด้วยนี่ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยน้า เพราะว่าเราต้องการความปกปิดรูขุมขน อยากให้ผิวเรียบเนียน ดูเป็นงานผิว งานใสๆ แต่เราต้องการความบางเบาอีกต่างหาก!! ขอบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาตัวที่ถูกใจ ถูกจุดความต้อกงารของเราเจอค่ะ เพราะโดยส่วนใหญ่รองพื้นหรือบีบีครีมที่เราต้องการการปกปิดรูขุมขน คุมมันด้วยแล้วเนี่ยจะเป็นเนื้อครีมหรือเนื้อรองพื้นที่ค่อนข้างหนานั่นเอง...

แต่ว่าวันนี้ แพรจะขอมารีวิวเรียกว่าเป็นการประชันรองพื้นที่คุมมัน บางเบา ปกปิดรูขุมขน โดยเอาของ 2 สิ่งที่ราคาต่างกันมากกกก ระหว่าง Drug Store กับ เครื่องสำอาง Counter Brand ราคาเฉียด 2000 บาท! มาประชันกันค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้อาจคิดว่าเห้ย ของมันต่างกันไปรึเปล่า ถ้าเอามารีวิว มันจะดีหรอ? แพรอยากบอกสาวๆว่ามันต่างกันนิ๊สสสเดียวเองค่ะ ต่างกันแบบนิดๆหน่อยๆด้วยซ้ำ ถ้าใครได้ดูในคลิปแพร จะมีตอนที่แพรปาดครีมลงบนใบหน้าทั้ง 2 ตัวให้ดูด้วย แล้วจะพบว่าเห้ย จากหน้าสดเปื่อยๆ กลายเป็นหน้าเนียนขึ้น ใสขึ้น แล้วทั้ง 2 ตัวนี้แทบจะแยกกันยากมากกกก

เอาล่ะค่ะ เกริ่นมานานแล้ว ขอเฉลยเลยละกัน ฮิฮิ สำหรับรองพื้นและบีบีครีมที่แพรนำมาสู้กันครั้งนี้ คือ... แต่ แด แด๊!!

6

7

คู้ท้าชิงก็เป็น 2 ตัวนี้นั่นเองค่า ^O^ ตัวลอร่า เราหลายๆคนคงเคยได้ยินความเทพของมันมาล้ว แต่ว่าตัว Freshel BB Cream Pore Cover เนี่ยไม่ค่อยมีคนมารีวิวสักเท่าไหร่เลยเน้อะ แพรเลยกะว่าจะนำมารีวิวให้เพื่อนๆได้ดูกันดีกว่าค่ะ เพราะว่ามันเทพมากเช่นกัน

เริ่มการประลองวิทยายุทธ์ เอ้ย ประลองความเทพ ศึกคุมมัน บางเบา กลบรู ใครจะชนะ!!

ยกที่ 1 เนื้อสัมผัส

8

ของ Laura ด้วยความที่มันเป็นเนื้อแบบน้ำ จึงทำให้เนื้อสัมผัสที่เบากว่าตัวของ Freshel ที่เป็นแบบเนื้อครีมีที่จะหนืดกว่าอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

ยกที่ 2 ไหนๆ ลองปาดดูสิ!

9

Laura จะปาดลื่น ซึมไว ส่วนของ Freshel เนื้อหนืดกว่าแต่ก็ปาดลื่นไปกับผิวได้เช่นกัน

ยกที่ 3 ปาดให้ทั่ว 

10

จำนวนการปาดเท่ากัน แต่ของ Laura จะซึมไวกว่าของ Freshel ดูกลืนไปกับผิวเลย แต่ว่าของ Freshel นั้น ผิวดูเนียนกว่าตรงที่มันกลบรูขุมขนได้กริ๊บกว่านั่นเองค่ะ

ยกที่ 4 ปาดให้เสร็จสรรพ

11

พอเอา Freshel มาปาด มาเกลี่ยให้ดีๆ ขอบอกเลยว่าไหนข่าาา ความต่างของทั้ง 2 ตัวอยู่ไสค่าา เหมือนกันเด๊ะ แบบเด๊ะๆ!  แล้วทั้ง 2 ตัวกลบรูขุมขนได้ดีด้วย จะเห็นว่า (ถ้าสาวๆลองซูมดูที่รูปนะคะ) เนื้อที่ว่างๆที่ไม่ได้ทารองพื้นกับบีบีนั้น จะเห็นรูขุมขนเด่นชัด ต่างกันส่วนที่โดนปาดด้วยรองพื้นกับบีบีครีมมากๆ ที่เนื้อส่วนนั้นจะเรียบเนียน ขาว สว่าง

12144877_886599824751520_7910450804491647976_n

โดยที่ในคลิปแพรจะมีการทาให้ดูที่หน้าด้วยน้า คือถ้าปาดที่หน้าอยากให้สาวๆได้เห็นกันแบบภาพเคลื่อนไหวมากๆ ว่าจากหน้าโทรม หน้าเปื่อย พอใช้รองพื้น Laura กับ บีบีครีม Frshel แล้วหน้ามันดีขึ้นขนาดไหน ตามไปดูกันเล้ย

ในคลิปนี้บอกสรรพคุณละเอียดขึ้น ปาดให้ดูที่แขน แล้วก็หน้าอย่างละฝั่งนะคะ ^_^ แล้วก็สรุปผลหลังการใช้ค่า

4

ใครชอบดูภาพ ขอนำเสนอภาพนี้ค่า ^___^ เห็นความต่างมั้ย? เอาจริงๆคือต่างกันน้อยมากเลย ความเนียนคล้ายๆกัน แต่ของ Laura ให้หน้าดูใสกว่า ดูบางเบาสบายกว่าเพราะมันเป็นเนื้อน้ำ ซึ่งพอทางลงไปแอบคล้ายเป็นแป้งๆให้เราด้วยค่ะ ทั้ง 2 ข้างนี้แพรไม่ได้ลงแป้งทับหรือลงไพรเมอร์ก่อนใดๆจ้า

ส่วนของ Freshel นั้น กลบรูขุมขนได้มิดกว่าตามที่บอกไปในคลิปค่ะ ฝั่ง Laura มีรูขุมขนตรงจมูกที่ยังเห็นเด่นชัดอยู่

ทั้ง 2 ตัวนี้ช่วยเบลอปัญหาผิวได้ดีทั้งคู่  มีต่างกันบ้างในบางคุณสมบัติเล็กๆน้อยๆ แพรว่าถ้าใครอยากกลบรูขุมขนมากๆแนะนำของ Freshel แต่ถ้าอยากได้บางเบา หน้าใสก็ของ Laura เลยค้า

1

เย้ จบแล้วค่ะสำหรับรีวิวศึกประชันรองพื้นคุมมัน เบลอรูขุมขน เบาสบายแบบ Drug Store ปะทะ Counter Brand !!! แพรหวังว่ากระทู้รีวิวนี้จะสามารถช่วยให้สาวๆได้มีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้นในการตามล่าหารองพื้นหรือบีบีที่เหมาะกับตนเองนะค้า ขอบคุณค่ะ ^O^

edit @ 4 Oct 2015 16:08:03 by PimmyPrae

edit @ 4 Oct 2015 16:09:32 by PimmyPrae

cov

อู้ววว ถ้าบำรุงขนาดนี้ แล้วหน้าจะไม่ดีขึ้นก็ให้มันรู้ไป!!

 

สาวๆเคยคิดแบบนี้กันใช่ไหมคะ ว่าการมาส์กหน้านั้นคงจะช่วยให้หน้าของเราดูดีขึ้น ใสขึ้น วิ้งๆวับๆขึ้นกว่าไม่บำรุงอะไรเลยใช่ม้า?? แพรก็เช่นกันค่ะ :D ดังนั้นแพรจึงชอบซื้อแผ่นมาส์กหน้าติดบ้านเอาไว้ตลอดในช่วงปีนี้

 

ชีวิตในอดีตนั้น เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยจะมาส์กหน้าเลยยยยยย หน้าหมอง หยาบกร้าน หน้าลอกบางจุด สารพัดปัญหาบนใบหน้า แพรผ่านมาเกือบจะครบ55555

 

พอมาในปีนี้ แพรเริ่มปฏิวัติการดูแลตัวเองใหม่ค่ะ จากเดิมที่ไม่เคยใส่ใจในเรื่องของการดูแล แพรก็หันมาศึกษาธรรมมะมากขึ้น หา!! โนๆๆ ไม่ใช่ๆค่ะ แพรก็หันมาศึกษาเรื่องความสวย ความงามมากขึ้น เข้าDrug store ทีไรเป็นต้องหยิบสอยแผ่นมาส์กมาทุกทีค่ะ

 

อยากบอกว่ารีวิวอันนี้ใช้เวลาในการดองรีวิวไว้นานมาก เพราะว่าต้องมาส์กหน้าทุกตัว ทุกสูตร ซึ่งแพรจะมาส์กหน้า 2 วันมาส์กทีนึง บางทีขี้เกียจก็ 3 วันมาส์กทีนึงค่ะ

 

และนี่ก็เป็นที่มาส์กหน้าที่แพรได้ทดลองใช้บนใบหน้าของตนเอง แล้วแต่ละตัวก็ให้ผลลัพธ์ และ ความรู้สึกหลังใช้ที่แตกต่างกัน โดยมีทั้งหมด 15(+2) ตัว ดังนี้ค่า

 

3

15

ไม่เรียงลำดับตามการใช้นะค้า อันแรกเป็นยี่ห้อ หลังจาก // คือชื่อสูตรมาส์กค่ะ

  • Nature Republic // Hawaiian Fresh Clay Pack
  • Too cool for school // Egg Mousse Pack
  • MJCare // Hyaluronic Acid Mask
  • Nature Republic // Skin Smoothing 3-step Nose Pack Sheet
  • Leaders Mediu // Amino Pore-Tight Mask
  • Bifestaแถมมาให้ // Japan H2O lotion Mask
  • Faith in Face // Hold me tight
  • Faith in Face // Nourish Me
  • East-Skin // Herbal Moisture Honey
  • East-Skin // Natural Nourishing Facial Mask
  • East-Skin // Fruit Obsession Moisturizing Mask
  • East-Skin // Herbal Moisture Red wine
  • Beauty Life Lusdina // Caviare Nourishing Mask
  • My Beauty Diary // Bulgarian White Rose Mask
  • My Beauty Diary // Apple Polyphenol Mask (ตัวนี้ใช้ไปก่อนแล้วค่า ลืมถ่ายเก็บเอาไว้ T^T)
  • Skindom // Acacia Collagen Ampoure Sheet Mask
  • Skindom // Hyaluronic acid Ampoule Sheet Mask
  •  

    เอาล่ะ ครบ 17 ตัวในปฏิบัติการนี้กันแล้ว ก่อนจะนำเพื่อนๆเข้าสู่ปฏิบัติการจัดเต็มหน้าใสทั้ง 17 แบบนี้ ขอพูดถึงสภาพหนังหน้าตัวเองสักนิดว่าเข้าข่ายโหมดไหน

    4

    เป็นสาวผิวผสม ค่อนไปทางแห้งเสียมากกว่า(บริเวณยูโซน) แต่สิวชอบขึ้นตรงแถวจมูกและคาง และค่อนข้างแพ้ง่ายนิดๆ โถ.. ชีวิตนี้เหลืออะไรให้ดีบ้างเนี่ย 55555555

    หน้า : บาน (ข้อนี้ไม่เกี่ยว)

    รูขุมขน : กว้างมากบริเวณจมูกและข้างจมูก

    ** ปล. ปฏิบัติการนี้ จัดเต็มทั้งรูปภาพและเนื้อหา เตรียมเน็ตของคุณให้พร้อม ถ้าพร้อมแล้ว เริ่ม!! **

    ** ขออีก ปล. นึงค่ะ อย่าไปโฟกัสที่ชุดนอนนะคะ แพรชอบใส่ชุดนอนซ้ำ555555555 **

    นูริช00

  • Faith in Face // Nourish Me
  • คำเคลมของแบรนด์ : ช่วยบำรุงหล่อเลี้ยงอาหารให้ผิวและฟื้นฟูให้ผิวสุขภาพดี ชุ่มชื้น แข็งแรง มีส่วนผสมจาก ceramide3 , olive oil, broccoli extract

    ความรู้สึกส่วนตัว : เป็นมาส์กแผ่น แต่มันไม่ใช่แผ่นธรรมดาไก่กาอาลาเร่เลยนะเธอ มันมาในรูปแบบของไฮโดรเจลค่ะ! ลักษณะแผ่นมาส์กจะหยุ่นๆเจลๆดึ๋งๆ ตัวมาส์กแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือช่วงบนและช่วงล่าง ทำให้เรากะขนาดให้พอกับหน้าเราได้ดี มาส์กไม่เคลื่อนที่เลย ย้ำว่า ไม่เลย! จะก้มจะเงยมาส์กยึดเกาะติดผิวหน้าได้ดี ไม่มีหลุด กลิ่นสูตรนี้จะหอมหวาน มาส์กทิ้งไว้ทางแบรนด์บอก 30 นาที แพรก็ทำตามที่บอก พอลอกมาส์กออกมา ตัวแผ่นมาส์กจะบางลงไปมาก แสดงถึงว่าพวกสารบำรุงต่างๆได้ซึมลงผิวเราไปแล้วนั่นเอง ใช้แล้วรู้สึกหน้านุ่ม และก็ไม่แพ้ค่ะ

    สรุป : ตัวนี้ผ่านค่ะ ไม่แพ้ เนื้อสัมผัสดี กลิ่นดี เริ่ด!!

    หมดแล้วซื้อต่อไหม : ซื้อ ถ้ามีโปรค่ะ

    จมูก002. Nature Republic // Skin Smoothing 3-step Nose Pack Sheet

    เป็นมาส์กที่ช่วยลดสิวเสี้ยนตรงจมูกภายใน 3 ขั้นตอนค่ะ โดยขั้นตอนแรกเป็นเหมือนแผ่นมาส์กแปะทิ้งเอาไว้ 20 นาทีเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับขั้นตอนที่ 2 ที่ต้องโดนดึงสิวเสี้ยนค่ะ และขั้นตอนที่ 3 คือเป็นแผ่นเจลหยุ่นๆดึ๋งๆช่วยให้จมูกที่โดนดึงสิวเสี้ยนหลุดออกไปในขั้นตอนที่ 2 เนี่ย มีความชุ่มชื่น ไม่แพ้ ไม่แดงค่ะ

    ความรู้สึกส่วนตัว : รู้สึกว่าเป็นมาส์กที่พิถีพิถันมากๆ มีเป็นสเต็ปๆกันเลยทีเดียว มันดูยิ่งใหญ่ดีค่ะ ต้องคอยจับเวลาดีๆ เพราะทั้ง 3 ขั้นตอนใช้เวลาไม่เท่ากัน ขั้นตอนแรกจะใช้เวลานานที่สุด